Sense of security.

ผมมีเรื่องนี้อยู่ในใจมาเป็นเวลานานมากแล้ว แต่มันยังไม่ตกผลึกเสียที แต่เรื่องราวในไม่เกินหนึ่งเดือนที่ผ่านมา ทำให้ผมรู้สึกอยากเขียนมันออกมาทั้ง ๆ ที่ยังอยู่ในสภาวะอสันฐานอยู่เช่นนี้ เรื่องของเรื่องคือ เวลานี้ผมใช้ชีวิต ทำงาน สร้างครอบครัว อยู่ที่จังหวัดปัตตานี มันเป็นเรื่องที่น่าเสียดายเสียจริง ๆ ที่ผมพูดเพียงเท่านี้ทุกคนก็เข้าใจได้ในทันทีว่าผมกำลังพูดถึงเรื่องอะไร และทำไม แต่เป็นเรื่องที่แปลกที่ ณ เวลานี้เอง ตัวของผมเองยังไม่รู้ว่าจะพูดอะไร และพูดไปทำไม

ย้อนกลับไปก่อนที่จะเกิดเหตุการณ์ต่าง ๆ ขึ้นนั้น มันยังเป็นเหตุการณ์ย่อย ๆ แม้ว่าจะขึ้นหน้าข่าวในต่างประเทศ นายกรัฐมนตรี ณ เวลานั้นยังสรุปว่านี่มันเป็นเรื่องของโจรกระจอก ผมเองเมื่อถูกถามโดยอาจารย์ที่ปรึกษาชาวต่างชาติ ผมเองก็ตอบไปในทิศทางที่ไม่แตกต่างกัน ว่าสิ่งเหล่านี้อยู่คู่ปัตตานีมาเป็นเวลานานแสนนานแล้ว นี่ก็เป็นเพียงอีกหนึ่งเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นและดับไปในเวลาไม่ช้าไม่นาน นายกฯ คาดการณ์ผิดพลาด ผมเองก็ผิดเช่นเดียวกันเมื่อเหตุการณ์ต่าง ๆ เกิดรุนแรงขึ้น และต่อเนื่องมาเป็นเวลายาวนาน แม้ว่าจะมีช่วงที่หนักขึ้น เบาลงบ้างสลับกันไป แต่ ณ เวลานี้ ผมเองก็ไม่มีความรู้สึกว่าเหตุการณ์เหล่านี้จะสงบไปได้โดยง่าย

ตั้งแต่เริ่มเกิดเหตุการณ์ เพื่อนผมหลายคน ทั้งที่สนิท และไม่สนิทก็ทยอยย้ายออกนอกพื้นที่ ถ้าหากตัวเองทำได้ ปัจจุบันนี้มีเพียงแต่ผู้ที่ไม่สามารถย้ายออกได้ มีภาระผูกพันธ์ แต่คงมีน้อยคนนักที่จะเลือกตัดสินใจที่จะยืนอยู่ถ้ามีทางเลือกที่จะไป เท่าที่ผมนึกดู แทบไม่เห็นใครเลยเท่าที่คิดออกมาได้ แน่นอนว่าหลายคนทั้งที่รู้จักกัน ไม่รู้จักกัน หรือเพิ่งรู้จักกันก็ได้เคยถามผมด้วยคำถามมาตรฐาน “ไม่คิดจะย้ายเหรอ” แม้ว่าคำตอบของผมคือ “ไม่เคยคิด ไม่คิด และคงไม่ย้าย” แต่เหตุผลของผมในคำตอบเหล่านั้นดูเหมือนว่าจะค่อย ๆ เปลี่ยนไปเรื่อย ๆ ดั้งเดิมผมคำตอบของผมขับดันมาจากความรู้สึกในคำว่า “บ้านเกิด” ผมเกิดที่นี่ แม้ว่าจะมีโอกาสใช้ชีวิตที่นี่ได้ไม่นานนัก แต่จากนี้ต่อไปจะเป็นโอกาสที่ผมจะได้ใช้ชีวิตในบ้านเกิด และอาจจะมีโอกาสสร้างอะไรตอบแทนแผ่นดินเกิด อย่างที่เขาเล่าลือกันว่ามันสร้างความภาคภูมิใจเป็นหนักหนา แต่ในวันนี้แม้ว่าผมจะยังตอบคำตอบเดิม เหตุผลของผมดูเหมือนจะเปลี่ยนไปแล้ว

หลายคนเมื่อได้รับคำตอบจากผม ก็เข้าใจได้ในทันทีถ้าหากเขาไม่ใช่คนในพื้นที่ แต่คนปัตตานีก็คงไม่ใส่ใจอะไรมากเพราะนั่นไม่ใช่เหตุผลที่เขาเหล่านั้นอยากได้ยิน ตลาดอสังหาริมทรัพย์ของหาดใหญ่โตอย่างมหาศาลเนื่องจากเหตุการณ์นี้ จนผมรู้สึกว่าผู้ก่อความไม่สงบน่าจะเรียกภาษีพิเศษจากผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ในพื้นที่หาดใหญ่ได้โดยไม่ผิดจรรยาบรรณมากนัก อย่างไรก็ตามตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่ปัตตานีก็ไม่ได้ซบเซา พื้นที่เปล่าถมแล้วราคาก็ตกประมาณสี่ล้านเศษ ๆ ห้องแถวเล็ก ๆ ที่ผมอาศัยอยู่ราคาก็ตกประมาณ 3-4 ล้าน ไม่ได้เหมือนกับเป็นราคาที่ดินในสนามรบเอาเสียเลย หลาย ๆ ปีที่ผ่านมา แม้ว่าระบบการใช้ชีวิตจะเปลี่ยนไปค่อนข้างมากแต่เราก็สามารถเห็นความสามารถในการปรับตัวเพื่อดำรงชีวิตของชาวปัตตานี ไม่ว่าจะเป็นที่จอดรถที่เกาะกลางถนน เครื่องตรวจโลหะในงานมอร์เตอร์โชว์ ตลาดโต้รุ่งที่ปิดสี่ทุ่ม การตักบาตรภายในบริเวณวัด หรือแม้กระทั่งการวิ่งออกกำลังกายหลังพระอาทิตย์ขึ้น เป็นต้น

เมื่อคิดย้อนกลับไปตัวผมเองก็ใช้เวลายาวนานกว่าจะมาถึงจุดนี้ได้ เมื่อผมเริ่มสร้างบ้านผมเลือกที่จะไม่ใช้เหล็กดัดทั้งบ้าน แต่ใช้เทคโนโลยีของระบบป้องกันขโมยแทน ผมเลือกที่จะใช้ตู้เซฟขนาดห้าคนแบกวางไว้บนชั้นสองเพื่อเก็บของมีค่าชิ้นเล็ก ๆ ที่พอจะมี ความปลอดภัยที่ผมเพิ่มเข้าไปนี้นั้นบางครั้งทำให้ผมพอใจเพียงกับการตอบคำถามหลาย ๆ คนที่ไม่เข้าใจ เพราะแค่เรื่องเหล็กดัดผมก็เป็นกลุ่มไม่เกิน 5% ที่เลือกเส้นทางนี้ ในขณะที่ความรุนแรงรุมเร้า ระบบกล้องวงจรปิดเป็นที่นิยม ผมไม่ได้เลือกที่จะใช้มัน ทำไมผมไม่แน่ใจ แต่ผมรู้สึกปลอดภัยมากกว่าเมื่อไม่มีกล้องวงจรปิด เพื่อนหลายคนที่รู้ว่าโคตรเหง้าตระกูลผมเป็นคนปัตตานีอาจจะเปรย ๆ ว่าผมเป็นคนในพื้นที่คงไม่มีปัญหาอะไรหรอก และก็คงไม่กลัวอะไรเพราะคุ้นเคย มันก็ไม่ผิดแต่ก็ไม่ถูกเท่าที่ควร

ครอบครัวของผมมีโรงงานที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ที่ค่อนข้างอ่อนไหวพอสมควร ก่อนที่ท่านนายกฯคนเดิมนั้นจะยอมรับว่านี่ไม่ใช่แค่ปัญหาโจรกระจอก โรงงานของเราถูกเผาจนอาจจะเรียกได้ว่าราบเป็นหน้ากลองมาแล้วหนึ่งครั้ง อาคารกว่า 80% หายไปภายในเวลาไม่เกินสี่สิบนาที และมีความพยายามอีกหลายต่อหลายครั้ง จนเราเองต้องติดตั้งระบบฉีดน้ำดับเพลิง ระบบเตือนไฟไหม้ กล้องวงจรปิด แต่ก็ไม่วายก็ยังมีการพยายามเข้ามาเผาครั้งแล้วครั้งเล่า แต่ก็ยังไม่ประสบความสำเร็จ จะมีก็แต่การโยนระเบิดข้ามรั้วเข้ามาทำให้เกิดไฟไหม้นอกตัวอาคาร ตั้งแต่ครั้งแรก ๆ ความรู้สึกที่ผมต้องการป้องกันเพิ่มเติมนอกเหนือจากระบบต่าง ๆ ที่กล่าวมาแล้วนั้น ผมจึงไปหาปืนสั้น และปืนยาวมาเป็นเจ้าของพร้อมกับการเรียนการใช้อาวุธอย่างจริง ๆ จัง ๆ ผ่านการฝึกหลายคอร์สเข้าสู่ระดับครูฝึก ความมั่นใจในการใช้อาวุธทำให้ผมกล้าพกมันออกไปเพื่อเดินลาดตระเวณรอบพื้นที่โรงงานทุกครั้งหลังเกิดเหตุการณ์ เพื่อวางแผนการป้องกันในระดับที่ดีขึ้นเรื่อย ๆ ตั้งแต่การขุดคูน้ำล้อมรอบ สร้างรั้วสูงสามเมตรล้อมรอบ หรือแม้กระทั่งยืนยามพร้อมปืนยาว แลกเปลี่ยนคำสนทนาทางสายตาระหว่างกันกับกลุ่มชายหนุ่มแปลกหน้าที่มาสังเกตุการณ์ด้านข้่างโรงงานของผม การพกปืนในพื้นที่ปัตตานีเป็นเรื่องถูกกฏหมายและผมเองก็ได้ไปขอใบอนุญาตินั้นเช่นเดียวกัน ในที่สุดผมก็พบว่าผมพกปืนตลอดเวลา และวิตกตลอดเวลาว่าทักษะการยิ่งปืนด้วยมือซ้ายผ่านกระจกด้านคนขับเข้าสู่มือปืนประสงค์ร้ายที่ขี่มอร์เตอร์ไซค์ประกบจะถูกทดสอบไม่วันใดก็วันหนึ่ง ปืนทุกกระบอกในบ้านผม บรรจะกระสุนเต็มพร้อมกระสุนสำรองวางคู่กัน แต่เวลาเช่นนั้นก็ค่อย ๆ ผ่านไปพร้อม ๆ กับอายุใบอนุญาติพกปืนของผม และสมาชิกใหม่ในครอบครัวผมเริ่มตั้งแต่ภรรยาของผม

ภรรยาผมมีอาชีพเป็นแม่บ้าน ส่งผลให้ผมเริ่มไม่พกกุญแจบ้านติดตัว เนื่องจากบ้านและที่ทำงานของผมอยู่ใกล้กันมากทำให้เวลากลับบ้านของผมไม่เคยเป็นที่แน่นอนเลยสักครั้ง บางวันเร็วบางวันช้า แม่บ้านของผมเริ่มมีความจำเป็นต้องเปิดประตูทิ้งไว้เพื่อรอผมกลับมาบ้านในขณะที่เธอเองอาจจะพาลูก ๆ ออกไปบ้านเพื่อน เดินเล่น หรือไปสนามเด็กเล่น จากที่กระทำเป็นครั้งคราวจนปัจจุบันเป็นนิสัยที่บ้านเรานั้นแทบจะไม่เคยล็อกประตูบ้านเอาเสียเลย ในขณะที่ในเวลานี้ปืนของผมก็ไม่ได้อยู่ใกล้มืออีกต่อไป แม้ว่าจะไม่ได้ไกลมือมากนัก แต่ก็ไม่ได้มีการบรรจุกระสุนหรือสามารถหากระสุนได้โดยง่ายเหมือนเคย สัญญาณกันขโมยจะถูกใช้ในกรณีพิเศษเมื่อมีการเดินทางเท่านั้น ไม่ได้มีการใช้ทุกวันเช่นเคย ในระหว่างที่เหตุการณ์รุนแรงขึ้นทุกวัน ๆ ความรู้สึกในความปลอดภัยของผมกลับเพิ่มมากขึ้น ๆ จากคำขู่ของภรรยาของผมว่าวันใดที่ผมหยิบจักรยานมาปั่นไปทำงานจะเป็นวันที่เธอเก็บกระเป๋ากลับบ้านเกิดที่สิงห์บุรี เวลานี้นอกจากผมปั่นจักรยานไปทำงานทุกวันแล้ว ผมยังเขียนบทความหลาย ๆ บทความชวนคนมาปั่น ผมยังปั่นจักรยานออกกำลังกายไปในพื้นที่ ๆ ใคร ๆ ไม่กล้าแม้จะขับรถยนต์ผ่าน ความรู้สึกปลอกภัยนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร เมื่อไร ผมเองก็สงสัย

หลายคนยังสงสัยและผมเองยังได้คำถามในทำนอง “อยู่อย่างไร” มาให้ตอบอยู่เสมอ คำตอบพื้นฐานที่ผมให้กลับไปมักจะเป็นการอธิบายถึงพื้นที่นอก ๆ ไกล ๆ หรือในบริเวณที่ผมเองไม่ได้มีความจำเป็นต้องผ่าน เวลาที่ผมไม่จำเป็นต้องไป บางครั้งผมใช้หลักการทางสถิติในการอธิบายถึงความเสึ่ยงที่เกิดขึ้นได้เมื่อคิดถึงชั่วเสี้ยววินาทีของการเกิดระเบิด ระยะทำลายของระเบิด และโอกาสที่ผมหรือคนในครอบครัวจะเข้าไปอยู่ในระยะพื้นที่นั้น ๆ ในระยะเวลานั้น ๆ เมื่อคำนวณดูแล้วหากคิดเป็นการลงทุน สลากกินแบ่งรัฐบาลอาจจะให้ผลตอบแทนที่เชื่อถือได้มากกว่าเสียด้วยซ้ำ แต่เมื่อเขาเหล่านั้นได้รู้ว่าบ้านของผมอยู่หน้าโรงแรมซีเอส ที่ห่างจากที่เกิดเหตุระเบิดครั้งใหญ่ ๆ ในปัตตานีไม่เกินสองร้อยเมตร และผมเดินเล่นผ่านจุดนั้นทุกวัน และจุดเกิดระเบิดต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในพื้นที่อำเภอเมืองปัตตานีนั้น ล้วนแล้วแต่เป็นที่ที่ครอบครัวเราใช้ในการดำเนินชีวิตประจำวันทั้งนั้น แต่วันนี้ผมไม่ได้มีความรู้สึกขาดความปลอดภัยเลย เมื่อเทียบกับวันที่ผมพกปืน หรือมีปืนขึ้นลำกล้องเตรียมพร้อม หรือวันที่ผมใช้รถยนต์พร้อมปืนคาดเอวเหมือนไปออกรบเมื่อก่อน

ปัจจุบันกับที่บางคนบ่นว่ารัฐบาลไม่ให้ความสนใจ บางคนบอกว่าทหารปฏิบัติการไม่ถูกต้อง ค่าเสี่ยงภัยไม่สูงเพียงพอ บางคนไม่กล้าไปตลาดโต้รุ่ง ไม่กล้าเข้าเมืองปัตตานี 80% ของคนในประเทศไม่กล้าเข้าพื้นที่ แม้กระทั่งคณะกรรมการ สมศ. ที่ต้องตรวจมาตรฐานการศึกษาของคณะของเราที่วิทยาเขตปัตตานีนี้ยังเลือกตรวจอยู่ห่าง ๆ ที่หาดใหญ่ การจัดประชุมคณบดีที่เราเองเป็นเจ้าภาพต้องไปจัดที่สุราษฏร์ ผมกลับรู้สึกปลอดภัยมากขึ้นทุก ๆ วัน มันเป็นเพราะอะไร เพราะผมไม่มีอาวุธข้างกาย ไม่มีอาวุธพร้อมใช้ หรือเพราะผมไม่สนใจที่จะล็อกประตูบ้าน เป็นเพราะผมใช้จักรยานปั่นไปทำงาน หรือปั่นออกกำลังกายเข้าไปในพื้นที่เสียงภัย เป็นเพราะผมวิ่งออกกำลังกายจนเพื่อน ๆ ของพ่อต้องมาเตือนเรื่องความปลอดภัยกับพ่อ หรืออะไรกันแน่

ในช่วงเวลาไม่เกินสองเดือนที่ผ่านมามีระเบิดใหญ่ที่สงขลา ยะลา นราธิวาส และเมื่อคืนที่ผ่านมาที่ปัตตานี ก็อีกแล้วไม่เกินสองร้อยเมตรจากบ้านของผม ผมเองก็ไม่ได้รู้สึกถึงความปลอดภัยของผมได้ถูกกระทบเลย เมื่อสองสัปดาห์ที่ผ่านมามีขโมยขึ้นบ้านเพื่อนของผมในวันที่ผมมาพักพอดิบพอดี และกวาดเอาของใช้ส่วนตัวทั้งหมดของผมไป นาฬิกาของผมและภรรยา กล้องถ่ายรูป เครื่องมือทำมาหากินอย่างโน๊ตบุ๊ค ไอแพด คินเดิล ผมยังรู้สึกถึงความอันตรายของพื้นที่กรุงเทพฯ มากกว่าปัตตานี จริง ๆ แล้วเป็นอะไรกันที่จะสร้างความมั่นใจ ความรู้สึกปลอดภัยให้กับใครคนใดคนหนึ่งผมสงสัย รัฐบาล การข่าว สถานการณ์ เหตุการณ์ ประสบการณ์ การเตรียมพร้อม หรือเป็นเพียงจิตใจของเรา ผมเริ่มสงสัยว่างบประมาณหมื่นล้านที่ลงไปในพื้นที่กับชีวิตแล้วชีวิตเล่าที่สูญเสียไป  จะเห็นผลได้เท่ากันกับการเก็บปืน ปั่นจักรยาน แล้วก็เปิดประตูบ้านอย่างที่ผมทำอยู่หรือไม่

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s