เดินทางสร้างชีวิตผ่านกีฬาที่ผมรัก

วันนี้ผมได้มีโอกาสคุยกับกลุ่มนักไตรกีฬาชั้นนำของประเทศที่เรียกตัวเองว่า Seal Tri Team ที่มีประสบการณ์แข่งรายการ Ironman มาแล้วทั่วโลกนับเป็นสิบครั้ง โดยที่ผมเองนั้นยังไม่เคยมีประสบการณ์ในระยะนี้แม้แต่ครั้งเดียว ไม่เคยแม้กระทั่งเดินทางออกไปแข่งขันในต่างประเทศ เมื่อทางกลุ่มได้พูดคุยถามความเห็นถึงประสบการณ์และความประทับใจในการแข่งไตรกีฬา โดยถามว่ารายการไหนที่ดีและน่าประทับใจ ทั้งในและต่างประเทศ ผมซึ่งเล่นกีฬานี้มานานแสนนานจึงถือโอกาสแชร์ความคิดเห็นลงไปบ้าง

ผมมองอย่างนี้นะครับ จากประสบการณ์ท่องเที่ยวไตรฯ มาตั้งแต่ปี 36 ก่อนที่ NBC จะสร้าง Drama ให้คำว่า Ironman ดูยิ่งใหญ่เกินความเป็นมนุษย์ มันเหมือนการท่องเที่ยวในที่ต่างๆครับ แต่ละรายการมีจุดเด่นจุดด้อยต่างๆกันไป และให้อะไรที่แตกต่างกัน โดยเฉพาะถ้าจัดโดย local authority งานที่จัดโดย frainschaise มันก็ให้ความรู้สึกเหมือนเข้าร้านอาหาร chain เมื่อไปเที่ยวนั่นแหละครับ คนส่วนใหญ่ชอบอะไรที่คุ้นเคยและคาดเดาง่าย chain จึงเป็นที่นิยม ความมีมาตรฐานและธุรกิจทำให้การจัดการออกจะดูดีกว่า ง่ายกว่าที่จะได้รับความประทับใจโดยเฉพาะถ้าลงทุนเยอะๆไม่มีใครอยากเสี่ยงกับรายการ local ยิ่งถ้าเดินทางไกลๆ ก็ยิ่งต้องทำให้คุ้ม สังเกตุตัวเองได้ครับว่าเวลาไปเที่ยวต่างประเทศเรามองหาอาหารไทย แมคโดนัล สตาร์บัค หรือเสี่ยงกับร้านที่อ่านชื่อไม่ออก อ่านเมนูไม่ได้แล้วก็คุยกันไม่รู้เรื่อง เท่านี้คุณก็จะเลือกรายการที่เหมาะกับคุณได้ครับ และทุกรายการเมื่อกลับไปอีกครั้งคุณก็จะรำลึกถึงบรรยากาศเก่าๆ โค้งที่จำได้ เขาที่เคยเข็น ไม่ว่าใครจะเป็นคนจัด รายการคุณจะติดยี่ห้อหรือไม่ ในใจคุณเท่านั้นครับที่จะติดกลับไป ผมพบว่าสิ่งที่ดีและน่าจดจำที่สุดเป็นประสบการณ์ร่วมกับเพื่อนๆ ครอบครัวครับที่จะทำให้รายการนั้นน่าประทับใจ ซึ่งผมมีเยอะมาก ไม่ได้เกี่ยวกับการแข่งเสียเท่าไร ไม่ว่าจะเรียก มนุษย์เตารีด หรือ จอมท้าทาย แต่สุดท้ายเราคือนักไตรกีฬาครับ

ปรากฏว่าเมนท์นี้ให้สร้างมุมมองให้กับกลุ่มได้พอสมควร ก็เลยคิดว่าจะมาถ่ายทอดประสบการณ์เหล่านี้ออกมาเสียหน่อย ผมเริ่มเล่นกีฬาตั้งแต่เด็ก ๆ แต่ด้วยฝีมือระดับกระจอกจึงไม่ได้มีโอกาสได้เดินทางไปแข่งขันที่ไหนเลย มาจนเข้ามหาลัย มาเริ่มวิ่งเพื่อสุขภาพ การเดินทางเพื่อแข่งขันผมจึงเริ่มขึ้น เนื่องจากผมไม่เคยคิดที่จะชนะใคร การเข้าร่วม การเตรียมตัวในการซ้อมจึงเป็นสิ่งสำคัญของผม เป็นหัวใจของการออกกำลังกายของผม ในขณะที่การแข่งขันนั้นเป็นเสมือนการท่องเที่ยวไปในสถานที่ต่าง ๆ สร้างสมประสบการณ์ ทั้งผ่านชีวิต ทั้งภายในจิตใจของผมเอง ด้วยเหตุนี้การแข่งขันในแต่ละครั้งจึงมีเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยที่จะทำให้ผมจดจำประทับใจ แม้ว่าเวลาจะผ่านมาแล้วหลายสิบปีก็ตาม ผมเริ่มแข่งทวิกีฬาครั้งแรกในรายการราบสิบเอ็ดทวิกีฬา ครั้งที่ 1 ซึ่งผมต้องเดินทางปั่นจักรยานจากคลองสานมาขึ้นรถไฟที่หัวลำโพงไปลงที่หลักสี่แล้วจึงปั่นไปแข่ง จนถึงทุกวันนี้หลักสี่ในความทรงจำของผมเป็นเรื่องนี้เสมอ ผมกลับไปแข่งทุกปีจนถึงครั้งที่ 3 รองเท้าจักรยานคู่แรกผมซื้อที่งานนี้ แอโร่บาร์อันแรกผมปั่นในงานนี้ จักรยานสองคันแรกของผมใช้แข่งในรายการนี้เป็นรายการแรก เรียกได้่ว่าผมโตมาจากรายการนี้เลยทีเดียว

run

ผมมีโอกาสแข่งไตรกีฬาครั้งแรก เป็นไตรกีฬาวิบาก ใช้เสือภูเขาในการแข่งขัน แข่งที่จันทบุรี ผมต้องนั่งรถไฟจากปัตตานีไปลงกรุงเทพ ระหว่างทางนั่งตรงข้ามกับคนแปลกหน้าที่กลายมาเป็นเพื่อนกันจนทุกวันนี้ ผมต้องปั่นไปเอกมัยเพื่อนั่งรถทัวร์ไปลงปากทางเข้าอ่างเก็บน้ำ แล้วจ้างรถมอเตอร์ไซด์แบกจักรยานเข้าไปที่สถานที่แข่งขันก่อนผมจะพบว่าที่พักบนแพที่เขาจัดให้มีไม่เพียงพอ สุดท้ายผมต้องพักกับกำนัน ที่ลูกสาวมาเป็นอาสาสมัครพยาบาลในการแข่งขันนี้ ความทรงจำของการแข่งขันของผม ความประทับใจล้วนแล้วแต่เป็นเรื่องราวแวดล้อม มีน้อยนักที่จะเกี่ยวกับการแข่งขันโดยตรง ในช่วงแรกของชีวิตนักกีฬาของผมเป็นช่วงชีวิตนักศึกษา ป.ตรี จึงเป็นความทรงจำเกี่ยวกันความดันทุรังในการเดินทาง ความไม่พร้อมเรื่องงบประมาณที่พัก เป็นเสียส่วนใหญ่ แต่สถิติที่ดีที่สุดในชีวิตของผมก็อยู่ในช่วงนั้น

Edge Water Park #14

ผมเดินทางไปศึกษาต่อในอเมริกาภายหลังเรียนจบไม่นาน ชีวิตนักกีฬาของผมเริ่มด้วยการโพสหาเพื่อนซ้อมผ่านอินเตอร์เนต แน่นอนว่าผมอยู่ในกลุ่มคนแรก ๆ ที่ใช้ประโยชน์อินเตอเนตในชีวิตประจำวัน ซึ่งรวมไปถึงการหาเพื่อนร่วมซ้อมไตรกีฬานี่ด้วยเช่นกัน ผมได้พบกับเพื่อนนักกฏหมายชาวอเมริกันวัยประมาณห้าสิบหรือย่างห้าสิบผมไม่ค่อยแน่ใจแต่ลูก ๆ เขาอยู่ประมาณ ม.ปลาย เขาพาผมไปปั่นซ้อมใน national park พาไปว่ายน้ำ open water ใน Lake Erie ผมจำได้ว่าผมมีคู่หูซ้อมว่ายน้ำเป็นเพื่อนนักเรียนชาวมาเลเซีย ซึ่งเราก็ออกไปว่าย open water ด้วยกัน ผมยังจำหน้าตาของคนตกปลาที่มองผมเป็นตัวประหลาดที่โผล่มาจากที่ไหนไม่รู้ ราวกับว่าผมว่ายข้ามมาจาก Canada เพราะทะเลสาบที่ผมไปว่ายนั้นเชื่อมติดกับ Canada นั่นเอง จำความตื่นเต้นระทึกใจเมื่อต้องรอเพื่อนชาวมาเลเซียที่ว่ายน้ำไม่แข็งนัก ไม่ยอมโผล่มาจากน้ำเสียที จนผมกลัวจะต้องเป็นคนโทรไปบอกแม่เขาว่าผมเป็นคนสุดท้ายที่เห็นเขา และเพื่อนนักกฏหมายคนนี้เองที่พาผมเข้าไปรู้จักบรรยากาศของการแข่งขันไตรกีฬาแบบที่ควรจะเป็นในรายการแรกของฤดู เป็นรายการชิงแชมป์ของพื้นที่บริเวณนั้น เราขับรถจาก Cleveland, Ohio ไปแข่งกันที่ Edinboro, Pennsilvania ผมเปิดซิง Wetsuit QR ของผมเป็นครั้งแรก เดือน พค. แม้ว่าอากาศจะไม่หนาวแล้วแต่น้ำยังอยู่ประมาณ 10-15C ซึ่งทำให้หัวชาได้เลยีเดียว งานแข่งในอเมริกามีบ่อยมาก ในพื้นที่ใกล้เคียงระดับขับรถไม่เกินสองชั่วโมง (ไม่ต้องไปค้างคืน) มีให้แข่งแทบทุกสัปดาห์ไปจนถึงปลาย ฤดูกาลคือเดือนสิงหาคม

TRI NCB

ผมจัดการแข่งขันให้ตัวเองแทบทุกสัปดาห์ สลับกันไปไตรกีฬา ทวิกีฬา เสือภูเขา ตลอด 7 ปีที่อยู่ที่นั่นผมจึงมีโอกาสแข่งขันมากมาย ในช่วงการใช้ชีวิตแข่งขันที่อเมริกานั้นส่วนใหญ่เป็นเรื่องราวของการสร้างมิตรภาพ ผมค่อย ๆ ฝึกเพื่อนชาวมาเลย์จากว่ายน้ำได้ไม่เกินร้อยเมตรให้ไปว่าย open water ระยะทางเป็นกิโลกับผม ในการแข่งขันรายการ Edinboro ปีถัดไปผมชวนรุ่นน้องที่มาเพิ่งเดินทางมาไปชมการแข่งขัน พ่วงกับไปเที่ยวต่างรัฐด้วยกัน หลังจากกลับมาเพียง 1 สัปดาห์น้องเขาก็ซื้อจักรยาน ก่อนที่จะกลับมารับตำแหน่งผู้ช่วยอธิการบดีที่ผลักดันระบบเส้นทางจักรยานในมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงที่สุด ผมไม่รู้ว่าเกี่ยวข้องอะไรกับการเดินทางครั้งนี้หรือไม่ แต่ผมคิดว่าการเดินทางครั้งนี้ส่งผลกับความคิดกับเขาพอสมควร การกลับไปแข่งขันที่ Edinboro ทุก ๆ ปีของผม มีความหมายมาก ๆ สำหรับการเริ่มต้นฤดูกาล เริ่มจากปีแรกที่เพื่อนนักกฏหมายได้พาผมไปพบกับบรรยากาศที่เรียกว่า pasta party งานไตรกีฬาที่ใหญ่เพียงพอระดับหนึ่งจะมีงาน pasta party ที่อาหารทุกอย่างจะฟรี (รวมอยู่ในค่าสมัคร) ซึ่งอาหารจะเรียบง่ายคือ ​pasta จำนวนมหาศาล มีให้กินจนไม่รู้จักหมด (ไม่มีอย่างอื่นให้กินครับ) บรรยากาศแห่งความเป็นมิตรที่ทุกคนจะทักทายกันราวกับว่ารู้จักกันมาก่อน ไถ่ถามกันว่ามาจากที่ใด เราอาจจะได้คุยกับแชมป์ปีที่แล้ว หรือคนที่กำลังจะเป็นแชมป์ เพราะในยุคนั้นคนเล่นไตรกีฬา ถือว่าเป็นกลุ่มคนประหลาดที่มีอยู่ไม่มากนัก เราจึงรู้สึกเป็นเพื่อนกันในทันทีที่ได้เจอกัน การกลับมาในทุก ๆ ปี จะเป็นตัวบ่งบอกความฟิตของผมในฤดูกาลนั้น ๆ บอกว่าในฤดูหนาวที่ผ่านมา ผมเตรียมตัวมาดีแค่ไหน เขาที่ยังจำได้ โค้งที่ประทับใจ ทำให้การปั่นสนามเดิม ๆ มีความหมายมากขึ้นทุก ๆ ปี ไม่รวมการพ่วงเที่ยวพิตสเบิร์ก หรือ Falling water ตามแต่ที่อยากจะไปก็ทำให้การเดินทางสนุกยิ่งขึ้น

race meeting#4

รายการอื่น ๆ ของปี ผมจะอยู่ในละแวกใกล้เคียง คือ Akron, Columbus, Cleveland และเมืองใกล้ ๆ บางครั้งผมเดินทางไปค้างคืนล่วงหน้าหนึ่งคืน เพื่อร่วมงาน pasta party เที่ยวเมืองเล็ก ๆ ข้าง ๆ เยี่ยมเพื่อนบ้างไรบ้าง หลาย ๆ ครั้ง ไปพักกับเพื่อนสนิทของผม โด่ง ที่เรียนอยู่ที่ Kent, Ohio ก่อนที่จะย้ายไปทำงานที่ Columbus, Ohio หลาย ๆ ครั้งที่ผมไปพักกับเขา ทำให้เขาตัดสินใจมาร่วมกับผมในหลายการแข่งขัน ตั้งแต่การซื้อจักรยานเสือภูเขาคันแรก ผมพาเขาไปเปิดที่สนาม single track ที่ technical ที่สุดในพื้นที่ Ohio เรียกว่า Vulture Knob ผมผ่านการแข่งขันที่สนามนี้หลายครั้ง ลงเขาแรก โด่งก็หัวทิ่ม คิ้วแตก ยังไม่ทันได้ปั่นไปไหนเลย หลังจากนั้นผมจึงพาเขาไปสนามอื่น ๆ ที่ง่ายกว่า ผมเริ่มสร้างแกงค์จักรยานขึ้นในเมือง มีหลาย ๆ คนซื้อเสือภูเขาคันแรก ด้วยความช่วยเหลือของผม เสือหมอบคันแรก หรือคันที่สองด้วยความช่วยเหลือของผม ผมเป็นสมาชิกชมรมจักรยานคนแรก ๆ ของมหาลัย เพราะผมเคยเป็นหัวลากให้ประธานชมรมคนแรกมาก่อน สมัยที่เขาอยู่ปี 1 ผมได้ไปช่วยสร้าง single track ของมหาลัยเส้นทางแรก

swim finish#3

งานที่ผมประทับใจอีกงานหนึ่งที่ผมไปทุกปีชื่อว่า Wendy’s International Triathlon ซึ่งผมพาเพื่อน ๆ ผมไปลงแข่งขันทวิกีฬาเป็นครั้งแรก โด่ง จบครั้งแรกด้วย DNF ส่วนพี่หนุ่มที่มีประสบการณ์มากกว่าเข้าเส้นชัยอย่างสวยงาม รายการนี้เราทั้งหมดได้ออกทีวีท้องถิ่น จริง ๆ แล้วหลาย ๆ รายการเราได้ออกทีวีกันเพราะทีวีที่นั่นจะค่อนข้างมีข่าวท้องถิ่นเป็นส่วนใหญ่ ความประทับใจครั้งนั้นอยู่ที่รายการข่าวที่มีนักกีฬาขาด้วนวิ่งเข้าเส้นชัย ก่อนที่พี่หนุ่มจะสปรินท์เต็มที่แข่งกับเด็กวัยประมาณสิบกว่า ๆ (โดยไม่รู้ว่าชายขาด้วนเพิ่งเข้าไปก่อนหน้านี้) ดูในข่าวแล้วมันสนุกจริง ๆ ครับ เพราะนั่งดูอยู่ด้วยกันทั้งสามคน

Alpine Valley #1

ผมเคยไปแข่งขันที่รายการที่ใหญ่ที่สุดในโลกที่ MsT’s Chicago Triathlon ซึ่งสร้างความประทับใจให้กับผมมาก ๆ เพราะวันนั้นเป็นครั้งแรกที่พี่หนุ่มที่เริ่มจากว่ายน้ำไม่เป็นเลย ที่ผมช่วยสอนว่ายน้ำจากเริ่มแตะขา จนกระทั่งลงรายการไตรกีฬาที่ใหญ่ที่สุดในโลกได้ การได้ว่ายน้ำที่ชิคาโก ทำให้ผมคุยได้เต็มปากว่าการว่ายน้ำเจ้าพระยานั้น สะอาดดว่าชิคาโกเป็นอย่างมาก ที่ชิคาโกเหม็นมากขอบอก พี่หนุ่มว่ายถึงเป็นคนสุดท้ายและจบการแข่งขันอย่างสวยงาม การแข่งที่ชิคาโกครั้งนั้น แม้ว่าจะได้พ่วงการเที่ยวไปด้วย ทำให้ผมพบว่าการแข่งขันรายการเล็ก ๆ นอกเมืองนั้น บรรยากาศการแข่งขัน มันสนุกสนานกว่ากันมากมาย สวยกว่า สบายกว่า เป็นมิตรกว่า ผมไม่เคยกลับไปแข่งที่ชิคาโกอีกเลยหลังจากนั้น

ในงานแข่งหลาย ๆ งาน ผมได้เพื่อนใหม่แบบไม่ได้ตั้งใจ เพื่อนที่ฟิตเนส เมื่อเห็นเราซ้อม เมื่อเจอกันในงานแข่ง มีอยู่รายการหนึ่งที่ผมไปทุกปีเพราะเส้นทางปั่นที่สวยงาม ปั่นในป่า ขึ้นเขาวกวนก่อนมาจบที่ทะเลสาปที่ใช้ว่ายน้ำ ชื่อรายการว่า Ashtabula Triathlon ผมมักจะขับรถไปแต่เช้ามืดเพื่อไปนอนรอก่อนแข่ง เนื่องจากที่พักไม่ค่อยสะดวกนักในพื้นที่นั้น รายการสปรินท์ ออกตัวในน้ำคล้าย ๆ กันการแข่งโอลิมปิกสมัยนี้ การออกตัวแบบนี้ทำให้ผมได้เปรียบ เพราะปกติผมจะไม่ค่อยชอบออกตัวเร็ว ไม่ชอบโดนถีบ ไม่ชอบแย่งกันว่าย แต่พอทุกคนออกตัวพร้อม ๆ กันแบบนี้ ผมจึงมีโอกาสนำขึ้นหน้าได้ง่าย ในงานนั้นผมทำผิดพลาดครั้งใหญ่ ทำให้ผมไม่กล้าที่จะทำอีกเลย นั่นคือ ผมว่ายน้ำอย่างเต็มที่ ปรากฏว่าเข้าเส้นมาเป็นที่หนึ่ง ก่อนที่จะค่อย ๆ กลายเป็นที่ 10 ตอนปั่น และหายไปเมื่อวิ่ง เพราะความเร็วในการวิ่งของผมเมื่อก่อนนั้นค่อนข้างแย่ หลาย ๆ คนเชียร์ผม ต้องกลับมาถามว่าผมหายไปไหน ผมได้เพื่อนใหม่ในวันนั้นหลายคน ส่วนใหญ่เป็นรุ่นน้องที่มหาลัยที่เห็นผมซ้อมว่ายน้ำ หรือวิ่ง จึงตั้งใจเชียร์ผมในวันที่ผมได้ที่หนึ่งว่ายน้ำในวันนั้นเอง

Vulture Knob #3

Akron Triathlon ก็เป็นรายการที่ผมชอบอีกรายการหนึ่ง เพราะสนามแข่งขันดี ปั่นสนุก เพื่อน ๆ มักจะไปกันครบทุกคน สิ่งที่ผมมีความสุขเสมอ คือบรรยากาศการแข่งขันที่อเมริกานั้น เหมาะกับเป็นกิจกรรมครอบครัวเป็นอย่างมาก เราจะเห็นแต่ละคนมีครอบครัวมาคอยให้กำลังใจ บรรยากาศใกล้ ๆ เส้นใจเต็มไปด้วยความสุข ความรักตลบอบอวล งานที่ Akron เป็นงานหนึ่งที่ให้บรรยากาศแบบนี้ และความรู้สึกแบบนี้ส่งผลมากับผมจนถึงทุกวันนี้ ในอีกรายการที่เป็นเสมือนงานที่สำคัญที่สุดคือ รายการ Cleveland Triathlon บางปีเรียกว่า Keybank Tri บางปีเรียกว่า Rock N’ Roll  Tri แล้วแต่ว่าสปอนเซอร์หลักจะเป็นใคร แต่เป็นรายการใหญ่ประจำปีของเมืองที่ผมอยู่ จะเป็นรายการที่ผมจะมีเพื่อน ๆ มาเชียร์มากที่สุด

Wendy's 99 #2

ระยะ Olympic distance นับว่าเป็นระยะที่สำคัญที่สุดในยุคนั้น เพราะรายการใหญ่ ๆ ประจำปีจะเป็นระยะนี้ทั้งสิ้น รวมถึงที่ Cleveland ด้วย ผมได้พบกับนักกีฬาดัง ๆ ในสมัยนั้น ที่เป็น idol ของผมอย่าง Mike Pigg, Puala Newby-Fraser ได้พบ Peter Reid, Karen Smyer หลาย ๆ คนเคยมาเป็นแชมป์ในรายการลากูนาไตรกีฬาในยุคแรก ๆ แล้วทั้งนั้น พี่หนุ่มเริ่มเข้าสู่วงการที่นี่ด้วยการเป็น Volunteer ก่อนที่จะผันตัวมาเป็นนักกีฬาในปีถัด ๆ ไป ถ้าจะให้คิดก็คงเหมือนรายการกรุงเทพไตรกีฬา ที่ว่ายน้ำที่ Lake Erie ที่สถานที่ท่องเที่ยวสำคัญอย่าง Rock N’ Roll Hall of Fame ปั่นขึ้นทางด่วนของเมืองอย่าง I-90 และวิ่งวนผ่านสถานที่สำคัญของเมือง การแข่งขันในเมืองใหญ่ ๆ บรรยากาศไม่ค่อยอบอุ่นมากนัก แต่เนื่องจากเป็นเมืองของผม เพื่อน ๆ ที่ตื่นเต้นกับการได้รู้จักนักไตรกีฬาอย่างผมก็มาเชียร์กันถ้วนหน้า สร้างความสุขให้กับผมไม่ใช่น้อย ผมเคยทำโซ่หลุดแล้วดึงจนตีนผีหักที่รายการนี้

NCB

ผมกลับมาเมืองไทยเริ่มชีวิตการทำงาน ทำให้ผมลืมการออกกำลังกายไปเป็นระยะเวลาหนึ่ง ผมแข่งขันครั้งแรกที่รายการลากูน่าภูเก็ต ด้วยความไม่พร้อม แต่ก็เป็นครั้งแรกที่การเดินทางแข่งขันของผมเริ่มเปลี่ยนไป ภูเก็ตเป็นเมืองท่องเที่ยวผมจึงพ่วง element ของการท่องเที่ยวเข้าไปด้วยอย่างมาก ผมกลับไปภูเก็ตเป็นครั้งที่สองของชีวิต หลังจากที่เคยไปกับครอบครัวตั้งแต่ยังเรียนหนังสือในมหาวิทยาลัยที่กรุงเทพฯ พักผ่อนจากงานประจำและเล่นกีฬาที่เรารัก แต่หลังจากนั้นอาการกระดูกสันหลังเสื่อมก็ทำให้ผมต้องหยุดไป แต่ด้วยเมื่อสุขภาพเสื่อมโทรมจนคิดว่าต้องเริ่มกลับมาทำอะไรสักอย่าง ผมจึงตัดสินใจไปภูเก็ตอีกครั้งเพื่อไปชมการแข่งขัน สร้างกำลังใจ และเป็นครั้งแรกที่ผมพาภรรยาที่เพิ่งแต่งงานกันไม่กี่เดือนไปด้วย เป็นการพักผ่อนกับครอบครัวของผมเอง และให้ความหวังกำลังใจกับชีวิตไตรกีฬาของผม หลังจากนั้นผมก็เริ่มกลับมาซ้อมอย่างจริงจัง และใช้กีฬาสร้างชีวิต และการเดินทางให้กับผมอีกครั้ง

DSC00145

ปัจจุบันนี้ ผมซ้อมทุกวัน (ที่ไม่อู้ซ้อม) แข่งขันในทุก ๆ รายการที่ทำได้ ในการเดินทางทุกครั้ง ผมไม่เคยเร่งรีบ ในการเดินทางทุกครั้งผมมีครอบครัวไปให้กำลังใจ ผมเดินทาง ท่องเที่ยว พักผ่อนในที่พักสบาย ๆ ที่ให้ความสะดวกสบายไม่ต่างจากการอยู่ที่บ้าน หรือบางครั้งหรูหรา กว่าที่บ้าน ลูก ๆ ผมค่อย ๆ โตขึ้นเรื่อย ๆ จากที่แม่เข็นมาให้กำลังใจในช่วงปล่อยตัว จนทุกวันนี้จะมารอคอยเพื่อวิ่งเข้าเส้นด้วยกันกับพ่อ ผมใช้โอกาสในการเดินทางแข่งขันนี้เป็นวันของครอบครัวอย่างเต็มที่ เป็นวันที่ผมไม่ทำงานใด ๆ ตั้งแต่เริ่มออกรถจากบ้าน เดินทางไปด้วยกัน เข้าที่พัก เที่ยวไปในเมืองต่าง ๆ ที่ไปแข่ง จนถึงการแข่งขัน ท่องเที่ยวพักผ่อนหลังการแข่งขัน บรรยากาศสบาย ๆ อาหารอร่อย ๆ เป็นของขวัญให้กับครอบครัวของผม ที่เสียสละให้ผมซ้อมทุก ๆ วัน ให้ผมได้ใช้งบประมาณในอุปกรณ์ต่าง ๆ ผมคืนให้ด้วยเวลาของผม ค่าใช้จ่ายต่าง ๆ  ที่ต้องเสียไป ถ้าจะตีเป็นเงินว่ามันคุ้มค่าหรือไม่ สำหรับผมแล้วมันคุ้มค่าเสมอ เงินมันไม่เคยมีค่าอะไรเลยสำหรับผม ผมยอมที่จะเสียเงินไปแลกกับเวลาที่ผมจะได้กลับมา ผมยอมที่จะเสียเงินไปเพื่อความสุขเล็ก ๆ น้อย ๆ ของคนในครอบครัว ประสบการณ์อันยิ่งใหญ่ของลูก ๆ ของผม

bike

ในช่วงหลังนี้เพื่อนร่วมก๊วนของผมเริ่มมากขึ้น ถึงขนาดมีทีม ชื่อทีม ชุดทีมของพวกเรากันเอง การแข่งขันแต่ละครั้งมันยิ่งมีความหมายมากขึ้น การซ้อมมันมีความหมายมากขึ้น ผมรู้ว่าประสบการณ์ของผมจะเป็นประโยชน์กับหลาย ๆ คน ผมรู้ว่าแนวความคิด และการใช้ชีวิตของผมจะเป็นกำลังใจให้กับหลาย ๆ คน การซ้อมของผมแต่ละวัน มีผลให้เพื่อน ๆ หันมาออกกำลังกาย การลงทะเบียนเพื่อแข่งแต่ละครั้งจะทำให้หลาย ๆ คนออกกำลังกายไปอีกหลายชั่วโมง การซ้อมการแข่งของผมในทุกวันนี้มีความหมายเพิ่มขึ้นทุกที ผมมีครอบครัวของผมไปด้วยทุกครั้ง เพื่อบรรยากาศความสุขของครอบครัวผมเอง และผมกำลังพยายามสร้างสิ่งเหล่านี้ให้เกิดขึ้นในรายการของคนไทย ให้คนไทยใช้เวลากิจกรรมต่าง ๆ ร่วมกับครอบครัวมากขึ้น โดยเริ่มต้นจากเพื่อนร่วมทีมของผมก่อน ซึ่งเพื่อน ๆ ใกล้ ๆ ตัวของผมก็เริ่มกันบ้างแล้ว ครอบครัวเป็นจุดเริ่มต้นของทุกสิ่งครับ สิ่งเล็ก ๆ น้อย ๆ เหล่านี้ สร้างความรักและผูกพันธ์ุขึ้นในครอบครัวอย่างไม่น่าเชื่อเลยทีเดียว ในอีกไม่กี่ปีผมคงสามารถเพิ่มระยะทางการแข่งขัน รวมถึงการเดินทางที่เป็นกิจกรรมประจำปีของครอบครัวที่จะสนุกขึ้นเรื่อย ๆ ครับ ผมเคยคิดว่าสิ่งที่ทำให้ผมทุ่มเวลาให้กับครอบครัวโดยไม่สนเรื่องราวอื่น ๆ นั่นมาจากการสูญเสียลูกสาวคนแรกของผมไป ถ้าเป็นเช่นนั้นจริง ซูริ เป็นคนที่สอนผมในเรื่องนี้ครับ เวลาหาซื้อไม่ได้ เงินจะหาเมื่อไรก็ได้ ขอให้มีความสุขกับการใช้เวลาของทุก ๆ คนครับ

บันทึกของคู่มีบุตรยาก

12-11-06-00147s
Jan 4, 2009

ในที่สุดเราก็แย้มไว้แล้วว่าเรากำลังเผชิญกับภาวะอาการที่เรียกว่า “ภาวะมีบุตรยาก” นี่คือชื่ออาการทางการแพทย์ที่นิยามกับคู่สามี-ภรรยาที่อยู่กินกันมาเกินหนึ่งปี มีเพศสัมพันธ์กันสม่ำเสมอ แล้วยังไม่มีโอกาสที่จะเห็นขีดสองขีดบนชุดตรวจครรภ์ (นั่นหมายถึงท้อง) พวกเรารู้แล้วว่านิยามดังกล่าวว่าไว้อย่างนั้น แน่นอนว่าคำนิยามออกจะมีความไม่ชัดเจนอยู่บ้างเล็กน้อย แต่ก็พอที่จะเข้าใจได้ในระดับหนึ่ง ความไม่ชัดเจนนั้นคืออะไรหรือ คำว่า “สม่ำเสมอ” เป็นคำที่ไม่ค่อยจะชัดเจนเสียเท่าไรในความคิดของเราทั้งสองคน ไม่ชัดเจนเสียจนทำให้เราทั้งคู่มีปัญหาชีวิตอย่างไม่คาดคิด (แม้จะไม่ใช่ปัญหาใหญ่โตนักแต่มันก็น่าจะทำให้ชัดเจนกว่านี้ได้ไม่ยาก เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาดังกล่าว)

ถ้าใครได้อ่านตั้งแต่ตอนแรก “ท้องก่อนแต่งกันดีมั้ย” คงจำได้ว่าเรามีความคิดที่จะมีลูกในทันที ด้วยเหตุผลหลาย ๆ ประการ เมื่อเราแต่งงานกันไปประมาณครึ่งปี ปัญหาดังกล่าวก็เริ่มขึ้น “เราสม่ำเสมอพอหรือยัง” ด้วยวัยที่แตกต่างกันของเราทั้งสองคน สม่ำเสมอ ของน้องรี่อาจจะเป็นสวรรค์ฝันหวานของหนุ่ม ๆ หลายคน แต่ด้วยวัยของพี่อาร์มนั้นอาจจะไม่เป็นงานที่ง่ายมากนัก พี่อาร์มด้วยความเป็นนักวิทยาศาสตร์ จึงงัดเอาความรู้ชีววิทยา ม.4 เข้ามาสู้ วงจรการตกไข่ของผู้หญิงจะค่อนข้างสม่ำเสมอประมาณ 28 วัน ดังนั้นถ้านับวันแรกที่มีประจำเดือนเป็นวันที่หนึ่งครึ่งหนึ่งของวงจรคือวันที่สิบสี่ควรจะเป็นวันที่ไข่ตก ถ้าไม่อยากให้ท้องถ้ามีเพศสัมพันธ์กันในวันที่ยี่สิบเอ็ดเป็นต้นไปจนกระทั่งถึงวันที่เจ็ดของรอบต่อไปก็ควรที่จะปลอดภัยแม้ว่าจะรวมอายุของไข่หรืออายุของอสุจิเข้าด้วยกันไปแล้ว ในทางกลับกันแม้ว่าครูจะไม่ได้สอน เราก็คิดง่าย ๆ ว่าถ้าหน้าเจ็ดหลังเจ็ดทำให้ไม่ท้อง ในช่วงวันที่แปดถึงวันที่ยี่สิบสองจึงเป็นช่วงเวลาสำคัญที่เราควรทำการบ้าน

นี่เป็นความจริงที่จะวางให้น้องรี่ได้เข้าใจ แต่บางครั้งเรื่องราวมันไม่ง่ายอย่างนั้น น้องรี่มีประจำเดือนที่ไม่มาเป็นประจำทุก ๆ เดือน ด้วยความถี่เรียกได้ว่าเจ้าของลอริเอะได้ยินแล้วคงต้องร้องไห้ น้องรี่มีประจำเดือนประมาณปีละ 2-3 ครั้ง น้อยจนเราอยากจะเรียกมันว่าประจำปีเสียดีกว่า คราวนี้เราจะเล็งวันตกไข่ตอนไหนดีล่ะ ยากมาก พี่อาร์มคิด พี่อาร์มจึงคิดว่าต้องมีตัวช่วยเสียแล้ว ภายหลังค้นหาสักพักพี่อาร์มก็ไปเจอโปรแกรมฟรีอยู่ตัวหนึ่ง ชื่อว่า period calculator โดยตัวโปรแกรมให้เราบันทึกวันที่มีประจำเดือนวันแรกจนถึงวันสุดท้ายเมื่อบันทึกในเดือนที่สองโปรแกรมจะเริ่มคำนวณวันตกไข่ให้ ในขณะเดียวกันเราเริ่มให้โปรแกรมที่เราเรียกเองว่าฮอร์โมนบำบัดคือให้น้องรี่กินยาคุมกำเนิด เราคุมอย่างนี้เป็นระยะเวลาสามเดือน แล้วหยุดยาคุมกำเนิดและบันทึกข้อมูลโดยละเอียด ภายหลังเลิกยาคุม ประจำเดือนน้องรี่เริ่มมาเป็นประจำคือประมาณ 30-40 วันต่อรอบ โปรแกรมที่พี่อาร์มใช้เริ่มสามารถคำนวณวันตกไข่ได้ แล้วเราก็ทำการบ้านได้อย่างมีเป้าหมายมากขึ้น

หนึ่งเดือนผ่านไป กับที่ตรวจครรภ์อันแรก เดือนถัดมากับที่ตรวจครรภ์อันที่สอง เมื่อเริ่มใช้ที่ตรวจครรภ์อันที่สามเราก็เริ่มมีปัญหากันขึ้น น้องเชอร์รี่อารมณ์เสียมากขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อผ่านอันที่สองและเมื่ออันที่สามยังเห็นขีดเดียวน้องรี่เริ่มร้องไห้ การบ้านที่ทำอย่างมีความหวังกลายเป็นหน้าที่ที่ขมขื่นขึ้นทุกวัน และหลายครั้งที่น้องรี่สาบาญว่าจะไม่มีลูกกันอีกแล้ว ก่อนที่จะสายเกินไปพี่อาร์มต้องหาวิธีที่จะทำให้น้องรี่มีกำลังใจมากขึ้น

ด้วยความที่รู้ว่าน้องรี่ให้ความเชื่อใจหมอเป็นอย่างมาก พี่อาร์มงัดหมัดเด็ดขึ้นมา ในขณะที่กำลังพาน้องรี่ไปกินฟูจิ “โอเค ไม่ต้องมีลูกกันแล้วก็ได้ แต่ลองปรึกษาหมอดูก่อนมั้ย พี่อาร์มรู้จักหมอสูติอยู่บ้างนะ” ด้วยความเอร็ดอร่อยกับซูชิปลาแซลมอนของโปรดน้องรี่เอออออย่างขอไปที ทันใดนั้นพี่อาร์มยกหูโทรศัพท์โทรไปหาเพื่อนหมออย่างไม่รีรอ ปล่อยให้น้องรี่มองตาค้างอยู่อย่างนั้น “โหล ๆ แป๊ะ นี่อาร์มนะ ถามหน่อยดิ” “เออ ว่าไงอาร์ม” หมอแป๊ะตอบ “เฮ้ย ปีนึงแล้ว มแร่ง ยังไม่ติด นี่ผิดปกติป่าววะ” “แล้วนายทำการบ้านบ้างป่าวล่ะ” หมอแป๊ะย้อน “เฮ้ย น้องเค้าสะกิดทุกคืนเลยนะโว้ย บ่อยกว่านี้เราหน้าเขียวแน่ ๆ ว่ะ” พี่อาร์มยืนยัน “เฮ้ย นั่นมันมากไป นายต้องผลิตอสุจิด้วยดิ เอางี้ นายกลับไปทำอย่างนี้นะ ถ้าไม่เวอร์ค อีกสามเดือนนายค่อยมาหาเรา แต่เราว่าไม่มีอะไรหรอก” “เออ ว่าไงล่ะ” พี่อาร์มตอบอย่างมีความหวัง “ก็นายทำการบ้านสามวันครั้งนะอย่าบ่อยอย่าน้อยไปกว่านั้น แล้วถ้าพอจะประมาณวันตกไข่ได้ นายจำได้ใช่มั้ย ก็ก่อนตกไข่สองวัน วันตกไข่ และหลังตกไข่สองวัน ให้ทำการบ้านพิเศษอีกหน่อย รับรองไม่พลาด แฟนเราก็มียากเหมือนกัน วิธีนี้ เรียบร้อย มีไปแล้วสอง” หมอแป๊ะให้ยาขนานแรก พร้อมรับรองสรรพคุณ “เหรอ ๆ เออ ดี ดี ขอบคุณนะแป๊ะ” พี่อาร์มตอบด้วยความดีใจ แล้วจึงมาเล่าให้รี่ฟัง คืนนั้นเรากลับบ้านด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม คืนนั้นความสุขกลับมาในห้องนอนเราอีกครั้ง

Feb 23, 2009

“ลูกทั้งสองคนดูปกติดีนะ แต่เราคงต้องมาซาวด์กันบ่อย ๆ หน่อย วันนี้พอแค่นี้ก่อนก็แล้วกัน” คุณหมอพูด กว่าจะมาถึงคำพูดนี้ของหมอ เราผ่านอะไรที่ไม่อยากจะคาดฝันมามากจนคำพูดเหล่านี้แทบจะไม่ส่งผลกระทบอะไรต่อจิตใจเราอีกเลย ใครเลยจะคาดคิดว่าละครหลังข่าวจะมีเค้าโครงความเป็นจริง เอ หรือว่าความเป็นจริงถูกกำหนดด้วยละครหลังข่าวกันแน่ เราสองคนเริ่มมีความหวังมากขึ้นเมื่อคุณหมอแป๊ะได้ให้ใบสั่งการบ้าน สามวันครั้งมาทำเป็นเวลาสามเดือน เราได้แต่คิดว่าที่เราพยายามทำกันทุกวันนั้นมันผิดทฤษฏี คราวนี้โดนแน่ ๆ เมื่อใบสั่งออกมาแล้ว การตรวจครรภ์แล้วพบว่าไม่สำเร็จนั้น ส่งผลทางจิตใจอย่างใหญ่หลวง ภาพหนูนาร้องไห้ ในละครอุ้มรัก มาหลอนให้เห็น และเป็นเช่นนั้นไปตลอดทั้งสามเดือน

ในที่สุด “เออ อาทิตย์หน้ามาหาเราหน่อยสิ ว่างรึเปล่า” หมอแป๊ะนัดเพื่อจะให้ไปฉีดสี และตรวจน้ำเชื้อ ความหวังเราเพิ่มขึ้นมาอีกครั้ง เมื่อคิดว่าจะได้รู้เสียทีว่าทำไม โดยทางเทคนิคแล้วถ้าหากว่าผู้หญิงแข็งแรงดี และผู้ชายมีปัญหาเรื่องน้ำเชื้อจะแก้ไขได้ไม่อยากนัก เพราะการคัดน้ำเชื้อทำได้ง่าย และราคาถูก ไม่เหมือนกับว่าถ้าหากความผิดปกติเกี่ยวกับระบบสืบพันธุ์ของหญิงแล้วนั้นเรื่องราวจะยุ่งเหยิงมากกว่า น้องรี่เริ่มล้อพี่อาร์มแล้ว “แก่แล้ว มีน้ำยาหรือเปล่าเนี่ย” พี่อาร์มไม่ได้สนใจอะไรมากนัก เพราะคิดว่าภาวะที่น้องรี่ไม่ค่อยมีประจำเดือนเลยนั้นน่าจะเป็นสาเหตุหลัก แม้ว่าน้องรี่จะยืนยันมาเป็นกันทั้งครอบครัว แต่ก็ไม่มีปัญหาอะไร

และเมื่อวันนั้นมาถึง ที่ห้องเก็บน้ำเชื้อ “เฮ้ย เราออกแบบเองเลยนะโว้ย ห้องนี้น่ะ” หมอแป๊ะโว ห้องเก็บน้ำเชื้อของโรงพยาบาลรัฐ เนี่ยสงสัยคงต้องตั้งชื้อใหม่เสียแล้ว เพราะเก็บอย่างเดียวคงไม่พอ มันออกแนวต้องคาดคั้นกันเยอะมาก ห้องอย่างว่านี้เป็นห้องเล็ก ๆ มีห้องน้ำในตัว ออกแนวห้องเก็บของ ๆ ภารโรงโรงเรียนเอกชนได้มั้ง ในห้องมีพัดลมตัวเล็ก ๆ พร้อมทั้งทีวี 14 นิ้วและเครื่องเล่นวีซีดี และแผ่นหนังอย่างว่า มีชาติใดบ้างไม่อาจจะรู้ได้เพราะไม่ได้ค้นดู ในมุมอับนั้นก็จะมีเก้าอี้โซฟาราคาถูกตั้งอยู่ รอคอยผู้ใช้บริการ สภาพดังกล่าวมันลำบากเสียจริง ๆ “เฮ้อ ถ้าเชื้อออกมาไม่เต็มที่ ก็คงต้องโทษบรรยากาศล่ะวะ” พี่อาร์มคิดในใจ

ในที่สุดเมื่อได้น้ำเชื้อมาแล้ว ก็ส่งไปวิเคราะห์ เราก็เข้าไปดูกะเขาด้วย ผลน่ะเหรอครับ “มากกว่า 100ล้านตัวต่อซีซี” นักวิทยาศาสตร์พึมพัมก่อนบอกต่อว่าหลังจากนี้ก็ไม่นับแล้ว ระดับปกติเนี่ยอยู่ที่ 30 ล้านเท่านั้นเองครับ พี่อาร์มเริ่มยิ้มได้ เกรดเอมากกว่า 90 เปอร์เซนต์เลยนะเนี่ย นักวิทยาศาสตร์ชม พี่อาร์มเริ่มเขิน น้องรี่ขอดูบ้าง พร้อมอุทานอย่างมีความสุข “โหย ดูซิลูก ๆ ว่ายกันเยอะไปหมดเลย” เป็นอันว่าพี่อาร์มผ่านแบบไม่เห็นฝุ่น ถ้าหากว่ามีปัญหานั้น อาจจะเป็นไปได้ว่าความเข้มข้นของอสุจิมีน้อย หรือ อสุจิเกรดเอ คือตัวสมบูรณ์ หางแข็งแรง และว่ายเร็ว มีสัดส่วนที่น้อยเกินไป เป็นต้น

คราวนี้ก็ถึงตาน้องเชอร์รี่บ้าง ฉีดสี เป็นคำที่หมอแป๊ะเรียก คือการที่ฉีดของเหลวเข้าไปในโพรงมดลูก พร้อมทั้งถ่ายภาพเอกซ์เรย์ โดยของเหลวที่ฉีดเข้าไปจะมองเห็นได้บนเครื่องเอกซ์เรย์ การฉีดสีนั้นจะทำให้พบว่ามีสภาวะผิดปกติใด ๆ ในโพรงมดลูกหรือท่อนำไข่บ้างหรือไม่ บางครั้งการฉีดสีอาจทำให้ทำนำไข่ที่เคยอุดตัน หายอุดตัน และการมีลูกก็เกิดขึ้นได้ในทันที นี่คือสิ่งที่หมอแป๊ะคาดเดา เพราะมีหลายรายเลยทีเดียวที่ท้องได้หลังจากแค่การฉีดสีเท่านั้น

“อาร์ม มาคุยกันหน่อยสิ” หมอแป๊ะเริ่มเล่นบทหมอ พี่อาร์มเริ่มวิตกกังวลเพราะขั้นตอนฉีดสีนี้ พี่อาร์มไม่ได้เข้าไปดูด้วย น้องรี่ไม่ได้แสดงสีหน้าอะไรมากนัก “มดลูกของเชอร์รี่มีปัญหานิดหน่อยนะ คือปกติแล้วเวลาฉีดสีแล้วเราจะเห็นโพรงมดลูกและท่อนำไข่เป็นเหมือนเขาสองข้าง แต่น้องรี่ ภายในโพรงมดลูกมันถูกแบ่งเป็นสองด้าน ซึ่งเป็นไปได้สองกรณีคือ Septate Uterous หรือ Biconuate Uterous ซึ่งทั้งสองวิธีแก้ไขได้ด้วยการผ่าตัด” เอาแล้วล่ะซิพี่อาร์มคิด

Septate Uterous นั้นคือภาวะที่มดลูกเจริญเติบโตไม่สมบูรณ์ พังผืด ระหว่างกลางมดลูกยังคงอยู่ และทำให้การฝังตัวของเด็กเป็นไปไม่ได้ ส่วน Biconuate Uterous นั้น การเจริญเติบโตไม่สมบูรณ์ยิ่งกว่า มดลูกยังแบ่งออกเป็นสองข้างอยู่อย่างชัดเจน ซึ่งวิธีเดียวที่จะรู้ได้ว่าเป็นอะไรคือการเจาะท้องส่องกล้องเข้าไปดูภายในช่องท้อง ถ้าหากว่าเป็นมดลูกสองอัน ก็ปล่อยไว้อย่างนั้น เพราะจะท้องได้ ที่มดลูกอันใดอันหนึ่ง แต่ถ้าเป็น Septate ก็จะต้องจี้ออกผ่านทางช่องคลอด

“เรา ultrasound ดูแล้ว เราคาดว่าน่าจะเป็น Biconuate นะ แต่ฟันธงไม่ได้จนส่องกล้องเข้าไปจริง ๆ” หมอว่า แต่คำถามคือว่าถ้าเป็นมดลูกสองอันน่าจะท้องได้เองแล้ว แต่ไม่แน่ว่าอาจมีภาวะไม่ตกไข่ร่วมด้วยเพราะน้องรี่ไม่ค่อยมีประจำเดือน “ถ้าเป็น Septate ก็จะลำบากหน่อยนะ เพราะผ่าตัดแล้วต้องรีบมีลูกในทันที เพราะพังผืดอาจจะขึ้นกลับมาอีก แล้วก็เราไม่มีทางรู้ว่าผนังมดลูกนั้นจริง ๆ แล้วพร้อมที่จะให้เด็กฝังตัวได้หรือไม่ ก็พยายามหวังให้เป็น Biconuate ก็แล้วกันนะ มานัดว้นผ่าเลยดีกว่า”

29 เมษายน 2550 เป็นวันที่เรานัดกันมาผ่า หมอเขียนคำ diagnose ว่า Female Infertile คำนี้เป็นคำรุนแรงที่บ่งบอกว่าโรคดังกล่าวไม่สามารถใช้เบิกประกันได้เลย เมื่อได้วันนัดแล้ว เราก็กลับบ้านกันไป ด้วยความหวัง ในที่สุดเราก็รู้ปัญหาแล้ว เมื่อซ่อมเสร็จเรื่องราวก็คงจะจบ เมื่อความเครียดหายไป การบ้าน ก็ไม่กลายเป็นหน้าที่อีกต่อไป ตรวจครรภ์ไม่เคยอยู่ในความคิดอีกต่อไป เพียงแต่รอเวลาเท่านั้น

12-11-06-00131s

Mar 3, 2009

การได้รับการวินิจฉัยจากหมอว่าไม่รู้ว่าเป็นอะไรนั้น บางครั้งก็ทำให้หัวมึน ๆ อยู่เหมือนกัน ภาวะที่น้องเชอร์รี่ประสบนั้นคือเมื่อมีการฉีดสีเข้าโพรงมดลูก (แล้ว x-rays ดู) ทำให้เห็นโพรงมดลูกแบ่งเป็นสองซีก เมื่อทำการอัลตราซาวด์เพิ่มเติมทำให้มีแนวโน้มที่จะเชื่อว่าเป็นภาวะ bicornuate uterous (มดลูกสองอัน) เพราะดูจากภาพแล้วมดลูกทั้งสองซีกยาวไม่เท่ากัน ซีกหนึ่งยาว 5 ซม. และอีกซีกหนึ่งยาว 3 ซม. หมอแป๊ะบอกว่าจากรูปน่าจะเป็นอย่างนั้น แต่ไม่สามารถฟันธงได้มีกรณีเดียวคือผ่าตัดส่องกล้องซึ่งจะเจาะท้องน้องรี่แล้วเอากล้องเข้าไปดูเพื่อจะได้เห็นว่าจริง ๆ แล้วมีมดลูกกี่อัน ถ้าเห็นสองก็เป็นสองแต่ถ้าเห็นอันเดียวก็แปลว่า เป็นที่เรียกว่า Septate Uterous คือมีเยื่อกั้นอยู่ภายในมดลูก ในกรณีนั้นต้องจึ้เอาเยื่อผังพืดเหล่านั้นออกจึงจะสามารถมีบุตรได้

ทีนี้ล่ะ ในใจเราอยากให้เป็นกรณีไหน Septate Uterous จะต้องผ่าเพิ่มเติม เสียเงินเพิ่มนิดหน่อย แต่ Bicornuate นั้น ไม่ต้องทำิำอะไร จะสามารถท้องได้ตามปกติ แต่ complication ก็ขึ้นอยู่กับว่าเด็กจะไปฝังตัวด้านไหน ถ้าด้านเล็ก อาจจะมีปัญหาคลอดก่อนกำหนด แต่โดยปกติแล้ว Bicornuate นั้นเป็นภาวะการพัฒนาที่ผิดปกติของมดลูกซึ่งส่งผลให้มีอัตราการแท้งของเด็กค่อนข้างสูงกว่าปกติ ส่วน Septate Uterous ก็ต้องมีการผ่าตัดออก ซึ่งไม่แน่ชัดว่าผนังมดลูกภายในมีความพร้อมที่จะรับเด็กได้หรือไม่ และผังพืดมักจะสามารถกลับขึ้นมาได้ ในระยะเวลาประมาณ 1 ปี คือเมื่อซ่อมอู่แล้วต้องรีบมีลูก

ในใจเราอยากให้เป็น Bicornuate เพราะจะมีปัญหาเรื่องตั้งท้องได้น้อยกว่า แต่สำหรับพี่อาร์มเองคิดว่าถ้าเป็น Septate น่าจะดีกว่าเพราะในกรณี Bicornuate นั้น เราจะมีคำถามตามมาว่าแล้วทำไมไม่ท้องทั้ง ๆ ที่ควรจะท้องได้ตามธรรมชาติ

ในวันที่วินิจฉัยนั้น หมอแป๊ะก็ถือโอกาส prep น้องรี่สำหรับการผ่าตัดทันที ทำการ x-ray ตรวจเลือด และนัดวันผ่าตัด ในอีก 2-3 เดือนข้างหน้า จำวันไม่ค่อยได้แล้ว แต่วันที่ผ่าตัดนั้นนัดเป็นวันที่ 29 เมษายน 2550 เราคุยกันว่าในการผ่าตัดนั้น ก็จะให้ยาสลบ หมอจะเจาะหน้าท้องน้องรี่สามรูเล็ก ๆ 1 รูสำหรับใส่กล้อง แล้วก็อีกสองรูใส่เครื่องมือที่จริง ๆ แล้วคงทำหน้าที่คล้ายตะเกีียบคอยเขี่ย ๆ อวัยวะให้ไปตามที่ต้องการ ถ้าหากว่าเห็นว่าเป็น มดลูกสองอัน ก็จะจบไม่ต้องทำอะไร แต่ถ้าเป็นมดลูกอันเดียวแสดงว่าในมดลูกมีผังพืด เราก็จะผ่าจี้เอาผังพืดออกผ่านทางช่องคลอด ก็เป็นการใช้ส่องกล้องผ่าอีกเช่นเดียวกัน มีค่าใช้จ่ายเิพิ่มอีกนิดหน่อย หลังจากนั้นทางโรงพยาบาลก็นำเราเข้าไป brief อีกครั้งเพื่อความเข้าใจ

มดลูกสองอัน หรือมดลูกหนึ่งอัน ระหว่างสามเดือนที่เราต้องรอผ่า เราก็คิดกลับไปกลับมาว่าเราอยากให้มันเป็นอย่างไร ถ้าเป็นอย่างใดอย่างหนึ่งจะเป็นอย่างไร แล้วจะท้องได้อย่างไร แล้วทำไมถึงไม่เคยท้องต่าง ๆ นา ๆ หมอสั่งว่าระหว่างนี้ทำการบ้านกันตามปกติ ถ้าหากว่ามีการตั้งครรภ์เกิดขึ้นก็ยกเลิกการผ่าตัด ว่าแล้วหมอก็นัดเข้ามารับยาก่อนผ่าตัดล่วงหน้าประมาณสัปดาห์หนึ่ง ซึ่งเป็นยาขยายปากมดลูก ในกรณีที่คนไข้มีการศึกษาอย่างเราทั้งคู่ทางโรงพยาบาลก็จะลด strain ของโรงพยาบาลโดยให้เรา prep คนไข้เพื่อเข้ามาผ่าตัดเอง เริ่มต้นด้วยการอดอาหาร การเตรียมยาขยายปากมดลูก และกลับบ้านทันที่ที่ผ่าตัดเรียบร้อย เมื่อเป็นเช่นนี้ โรงพยาบาลก็ไม่เสียห้องพัก คนไข้ก็ได้พักที่บ้านซึ่งส่วนใหญ่ก็ชอบมากกว่าอยู่แล้ว เราก็ว่าเป็นแนวทางที่ดี

ท้ายที่สุด การได้รับรู้บางส่วนว่าระบบสืบพันธ์ของน้องรี่มีปัญหาที่สามารถแก้ไขได้ง่าย ๆ ก็เป็นความรู้สึกที่ดี ความหวังที่จะมีบุตรนั้นอยู่ไม่ไกล หมอแป๊ะบอกทันทีว่า พอผ่าเสร็จจะโอนเคสให้หมอมีบุตรยากในทันที เพื่อรักษาต่อไป เพราะอย่างน้อยน้องรี่ยังมีอีกอาการที่อาจจะเป็นส่วนหนึ่งของสาเหตุคือ chronic anovulation คือไม่ตกไข่ อาการน่ะหรือ ก็ง่าย ๆ น้องรี่มีเมนส์ปีละ 2-3 ครั้งเท่านั้น ใช่ครับ 2-3 ครั้งต่อปี ส่วนใหญ่เกิดจากระบบฮอโมนส์ คนไทยเป็นกันมากเพราะตัวเล็กผอม คนที่อ้วนมาก หรือผอมมากก็อาจจะมีอาการนี้ไม่มากก็น้อย ที่เหลือจากนี้เราก็รอ