กระดูกข้อเข่าเสื่อม : แล้วไง?

เมื่อไม่นานมานี้ผมมีอาการบาดเจ็บบริเวณเข่า เกิดขึ้นในระหว่างผมแข่งขันวิ่งระยะฮาร์ฟมาราธอนในรายการสงขลามาราธอน ซึ่งผมได้บันทึกไว้ในบทความก่อนหน้านี้แล้ว เวลาผ่านไปประมาณสองเดือนเศษ ๆ อาการของผมก็ยังไม่หายดี และเริ่มแสดงอาการเจ็บเมื่อวิ่งไปได้ระยะทางหนึ่ง ในเบื้องต้นผมสงสัย ITBS หรือ  Iliotibial “band” friction syndrome โรคคลาสสิคสำหรับนักวิ่ง และเคยเกิดกับผมมาแล้วครั้งหนึ่ง แต่หลักฐานยังไม่แจ้งชัดเนื่องจากสาเหตุของโรคนั้นควรจะเกิดจากท่าทางการวิ่ง (Gait) ที่ผมเองเพิ่งปรับมา แม้จะน่าสงสัยแต่โดยหลักการควรจะไม่ก่อให้เกิดปัญหาเช่นนี้ เมื่ออาการมันยืดเยื้อเป็นเวลานาน และกลับมาทุกครั้งที่มีการออกกำลังกายมากถึงจุดหนึ่ง อีกสันนิษฐานหนึ่งของผมคือ อาการบาดเจ็บของเส้นเอ็น ที่มักจะใช้เวลานานกว่าในการรักษาตัว และจะกลับมาเจ็บทุกครั้งที่มีการออกกำลังกายเกินความพร้อมของร่างกายที่กำลังรักษาตัว เพื่อนนักวิ่งของผมแนะนำให้ไปหาหมอเพื่อรู้สาเหตุที่ชัดเจน และรับยามารักษาอาการให้เหมาะสม

จากคำบอกเล่าของเพื่อนผมที่บอกว่าอาการบาดเจ็บที่เส้นเอ็นบางครั้งอยู่ลึกและใช้เวลานานในการรักษาตัว จำต้องพักให้หายขาดจึงจะไม่กลับมาใหม่ แต่การใช้ยาจะลดระยะเวลานั้นลงได้ ผมจึงงดการซ้อมวิ่งโดยเด็ดขาดและนัดเวลาเพื่อไปพบแพทย์ แม้ว่าจะช้าไปบ้างแต่ก็ทันเวลาก่อนที่จะเข้าร่วมรายการกรุงเทพมาราธอน ในระยะฮาร์ฟมาราธอนอีกครั้งหนึ่ง ผมถือว่าเป็นยุทธศาสตร์ที่สำคัญที่จะต้องรู้สาเหตุของการบาดเจ็บที่แท้จริง ก่อนที่จะเข้าแข่งขันระยะนี้อีกครั้ง เพราะอาการเจ็บเข่าที่อาจจะเกิดขึ้นระหว่างการแข่งขันครั้งนี้นั้น จะได้มีการป้องกันและจัดการอย่างเหมาะสม อีกเหตุผลสำคัญคือในช่วงปลายปีเนื่องจากการเดินทางที่มากมายของผมทำให้ชั่วโมงซ้อมของผมนั้นหดสั้นลงเป็นอย่างมาก ผมจึงใช้วิธีการแข่งขันในรายการต่าง ๆ เป็นหนทางในการรักษาสภาพร่างกายของผมให้พร้อมรับรายการแข่งขันสำคัญที่กำลังจะมาถึง Ironman 70.3

หลังจากระยะฮาร์ฟมาราธอนในรายการกรุงเทพมาราธอนแล้ว ผมมีคิววิ่งระยะมินิมาราธอนในรายการอโยธยาฮาร์ฟมาราธอน แล้วจึงเป็นรายการใหญ่ของปี Ironman 70.3 ก่อนที่จะปิดท้ายฤดูกาลด้วย Ocean2Ocean  ก่อนที่จะปิดการวิ่งประมาณหนึ่งเดือนครึ่งเพื่อรักษาตัว รายการแรกสำหรับปีหน้าถูกจัดไว้ต้นเดือนกุมภาพันธ์ ระยะสั้น ๆ แต่น่าจะสมบุกสมบันพอใช้กับรายการ Northface 100 เมื่อดูรายการวิ่งแล้วเหมือนจะหนักหนาสาหัสแต่ระยะการซ้อมของผมในระยะหลังที่อยู่ที่ระดับ 8km+ ต่อครั้งนั้น รายการแข่งขันเหล่านี้ไม่ต่างอะไรนักกับวันวิ่งยาวที่มีในรายการซ้อมทุกสัปดาห์อยู่แล้ว

ผมเข้าพบกับหมอที่โรงพยาบาลกรุงเทพ เพื่อความสะดวกและความคาดหวังว่าจะไม่เข้าพบกับเพื่อนหมอที่ผมรู้จัก เพราะผมมั่นใจว่าไม่ว่าผมจะเป็นอะไรก็ตามหมอจะต้องให้ผมหยุดวิ่ง อาจจะสั้นหรือยาว แต่นั่นแหละนี่ยังไม่ใช่เวลา และถ้าคำแนะนำนี้ไม่ได้มาจากเพื่อนที่ผมรู้จัก ผมน่าจะสบายใจกว่าที่จะไม่ทำตามคำแนะนำ อีกอย่างโรงพยาบาลกรุงเทพมีแนวโน้มที่จะจ่ายยาราคาแพงและปริมาณมาก ซึ่งเป็นเป้าหมายหลักของผมในการพบแพทย์ครั้งนี้ หมอสอบถามเล็กน้อย ผมตอบเกี่ยวกับอาการด้วยความอึดอัดเพราะตัวแทนประกันพยายามกำหนดสิ่งที่ผมควรจะพูดเพื่อให้มีโอกาสที่จะเคลมประกันอุบัติเหตุได้  แม้ว่าผมจะไม่เคยเชื่อเลยว่ามันจะเคลมได้ หลังจากได้มีการซัก จับ กด บิด โยก จนเป็นที่พอใจแล้ว ผมก็ถูกส่งไปทำการ x-ray เพื่อจะหาคำตอบที่แท้จริง

ภาพถ่าย x-ray  ข้อเข่าสองสามภาพของผม ตามปากคำของแพทย์ คือ ผมมีอาการของ “กระดูกอ่อนข้อเข่ากร่อน” เป็นผลของการใช้งานหนัก และเป็นอาการเริ่มต้นของโรคที่เรียกว่า “กระดูกอ่อนข้อเข่าเสื่อม” แม้ว่าผมจะไม่ค่อยเห็นด้วยกับคำวินิจฉัยของแพทย์เกี่ยวกับสาเหตุมากนัก เนื่องจากความจำกัดของคำถามของแพทย์ที่ซักผม และความอ้อมค้อมของคำตอบของผมที่เจตนาเพื่อลุ้นเงินประกัน แต่ต้นเหตุของอาการบาดเจ็บของผมน่าจะชัดเจนจากภาพ x-ray ที่แสดงให้เห็นระยะระหว่างข้อเข่าของผมเริ่มไม่เท่ากันและมีระยะด้านในของข้อเข่าที่แคบกว่าด้านนอก เป็นสัญญาณคลาสสิคของอาการกระดูกอ่อนข้อเข่าที่สึกกร่อนไป

เวลาที่รอคอยมาถึงเมื่อแพทย์เริ่มสั่งยา ยามาตรฐานสำหรับอาการทางกระดูกที่ผมได้เสมอ ยาคลายกล้ามเนื้อ ยาแก้ปวดแก้อักเสบ แถมยาเคลือบกระเพาะ และที่เด็ดที่สุด คือ Glucosamine Sulfate ยาที่ปัจจุบันถูกยกเลิกจากบัญชียา และจัดให้อยู่ในรายการของยาทางเลือก ที่เชื่อกันว่าใช้เสริมกระดูกอ่อนข้อได้ ผมเองเป็นคนที่ไม่เชื่อในระบบยามากนักเนื่องจากเชื่อว่าร่างกายควรมีโอกาสได้ซ่อมแซมตัวเอง แต่เวลานี้ผมต้องแข่งกับเวลาจึงอดไม่ได้ที่จะต้องลอง แม้กระทั่ง dietary supplement อย่าง Glucosamine Sulfate ที่เป็นเพียงสารหนึ่งที่พบบริเวณข้อต่อ จึงมีความเชื่อว่าการกินสารนี้เข้าไปจะช่วยเสริมสร้างข้อต่อนั่นเอง ไม่แตกต่างอะไรกันนักกับเครื่องดื่มผสม Collagen ที่เชื่อว่าจะช่วยคงความเด้งดึ่งให้กับเราได้ แน่นอนว่าผมไม่ได้รับเงินประกันกับการรักษาครั้งนี้ โรคต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับความเสื่อมไม่สามารถเคลมอุบัติเหตุได้ ผมต้องจ่ายค่ารักษาประมาณสองพันกว่าบาท จึงไม่มีเหตุผลอื่นใดที่ผมจะไม่ลองใช้ยาทุกประเภทที่ได้รับมาในวันนี้

ผมเริ่มใช้ยาได้เพียงสองวันก็เกิดผื่นขึ้นตามตัว ซวยแล้วผมน่าจะมีอาการแพ้ยา ตัวใดตัวหนึ่ง ผมหยุดทุกตัว แต่อาการผื่นยังอยู่กับผมจนกระทั่งผมต้องวิ่งฮาร์ฟมาราธอนทั้ง ๆ ที่เป็นผื่นแพ้ทั่วตัว สภาพของผมภายหลังการวิ่งดูน่าสมเพช นอกเหนือจากอาการเข่าที่มากำเริบที่ระยะประมาณ 16 km จนกระทั่งมาหนักที่กิโลเมตรสุดท้าย เลือกลมที่สูบฉีดทำให้ผื่นแดงชัดทั่วตัว แขน ขา คอ และหัว หลาย ๆ คนเห็นสภาพคงต้องกลับไปสงสัยว่าผมทำสิ่งเหล่านี้ไปทำไม ตอนนี้ผ่านรายการกรุงเทพมาราธอนมาเกือบสัปดาห์แล้ว อีกสองวันผมจะวิ่งอีกสิบกิโลในงานอโยธาฮาร์ฟมาราธอน อาการแพ้ยาของผมดีขึ้นแล้ว ผมเริ่ม Glucosamine อีกครั้ง อาการเข่าของผมก็ดีขึ้นแต่ไม่ 100% อีกสองวันจะรู้ว่าเป็นอย่างไร

ในระหว่างการตรวจแพทย์บอกกับผมว่า ให้ผมพัก 100% ทานยาให้หมด แล้วถ้าเกิดอาการอีกระหว่างวิ่ง ควรจะต้องเปลี่ยนกีฬา กลับกับสิ่งที่ผมทำคือ ผมทานยาได้เพียงสองวัน วิ่งฮาร์ฟมาราธอน เกิดอาการ ทานเพียง Glucosamine อีกครั้ง (ไม่รู้ว่าจะแพ้ตัวนี้หรือเปล่า แต่น่าจะไม่เพราะผมไม่ได้แพ้อาหารทะเล) เดี๋ยวผมจะวิ่งอีกสิบกิโล และยังมีต่ออีกทุกสัปดาห์ ผมไม่เคยคิดจะเปลี่ยนกีฬา กีฬาหลักของผมคือไตรกีฬา แต่เพื่อนผมส่วนใหญ่วิ่งได้เพียงอย่างเดียว กีฬาวิ่ง เป็นเหมือนกีฬาสังคมของผม ในขณะที่ไตรกีฬาเป็นความท้าทายของชีวิตผม แต่การปรับตัวต่อจากนี้ผมคงต้องใช้ความเป็นนักวิทยาศาสตร์ ตั้งสมมุติิฐาน ทดสอบ สังเกตุ ผมไม่เข้าใจตรรกกะของการหยุดวิ่งเพราะกลัวว่าจะวิ่งไม่ได้อีก ผมวิ่งจนกระทั่งค้นพบว่าวิ่งไม่ได้อีกน่าจะเป็นทางเลือกที่ดูสมเหตุผลมากกว่าสำหรับผม อาการเจ็บเข่ามันค่อนข้างรุนแรง จนผมคิดว่ามันไม่ควรที่จะทำให้เกิดอาการบาดเจ็บได้มากจนเกินเยียวยาถ้าผมเพียงแต่วิ่ง ต่างจากการเล่นกีฬาประเภทอื่นๆ ที่อาจจะมีการกระทบกระทั่ง หรือต้องมีการเคลื่อนไหวที่รวดเร็วรุนแรง

ทางออกของผม ณ เวลานี้ มุ่งไปที่รองเท้าวิ่ง ผมไม่เชื่อเสียทีเดียวว่า Vibram Fivefinegers ที่ผมเริ่มใช้เพื่อกลับมาวิ่งครั้งนี้จะเป็นต้นเหตุ เพราะอาการเข่าเสื่อมไม่น่าจะเกิดได้ภายในระยะเวลาสั้นไม่เกิน 1 ปี อาการน่าจะสะสมมาก่อนหน้านี้ แต่ผมก็ยังอยากใช้เวลามากขึ้นกับ Barefoot running ที่ช่วยให้มีการลงเท้าที่เบามากขึ้น และรองเท้ากลุ่ม Lightweight Cusion Trainer โดยเฉพาะอย่างยิ่งรองเท้า Newton ที่ช่วยโฟกัสท่าวิ่งในการลงปลายเท้า กลางเท้า อย่างไรก็ตามงานหน้านี้ผมจะลองเริ่มด้วย Barefoot running เพื่อทดสอบอีกครั้ง ให้กำลังใจผมด้วยครับ

2 thoughts on “กระดูกข้อเข่าเสื่อม : แล้วไง?

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

w

Connecting to %s